วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

26 กุมภาพันธ์ วันสหกรณ์แห่งชาติ

26 กุมภาพันธ์ วันสหกรณ์แห่งชาติ



วันสหกรณ์แห่งชาติ

          วันสหกรณ์แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เรารู้กันไหมเอ่ยว่า สหกรณ์แห่งแรกของไทยอยู่ที่จังหวัดอะไร มาอ่านประวัติความเป็นมาของวันนี้กัน

ประวัติความเป็นมา วันสหกรณ์แห่งชาติ

           วันสหกรณ์แห่งชาติ ถูกกำหนดขึ้นให้ตรงกับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่สหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย คือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้รับการจดทะเบียนจากกรมหมื่นพิทยาลงกรณ(นายทะเบียนสหกรณ์ในขณะนั้น) เป็นนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรกของไทย ซึ่งเป็นนิติบุคคลสหกรณ์แห่งแรกในสยามประเทศ

           ทั้งนี้ สหกรณ์ ถือกำเนิดในช่วงปลายสมัยรัฐกาลที่ 5 ขณะนั้นอาชีพหลักของประเทศเกษตรกรรมอย่างประเทศไทย คือการทำนา เมื่อมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ระบบเลี้ยงตัวเองในชนบท มาสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อการค้า ความต้องการเงินทุนเพื่อขยายการผลิตและการครองชีพเพิ่มมากขึ้น แต่เกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในฐานะยากจน ขาดแคลนเงินทุน จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินจากพ่อค้านายทุน "คหบดี" ซึ่งมักถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้กู้ยืมเหล่านี้ทุกวิถีทาง

           ด้วยเหตุนี้ การสหกรณ์ในประเทศไทย จึงเริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2459 โดยตั้งสหกรณ์ประเภทหาทุน ซึ่งในระยะแรกเป็นช่วงการทดลองดำเนินการไปอย่างช้า ๆ จนถึงสิ้น ปี พ.ศ. 2470 ก็ได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ประเภทนี้ขึ้นมาอีก 81 สมาคม ตั้งอยู่ใน 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก ลพบุ รีและอยุธยา โดยมีเงินทุนให้กู้ยืม 300,000 บาทเศษ ต่อมาอีก 1 ปี จึงมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ และจัดหาทุนมาให้กู้ยืมมากขึ้น หลังจากนั้น 5 ปี ได้มีการขยายสาขาออกไปได้อีก 7 จังหวัด 

วันสหกรณ์แห่งชาติ

           ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 การสหกรณ์ ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสหกรณ์ มีการจัดตั้งสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ ขึ้น เช่น สหกรณ์ออมทรัพยณ์ สหกรณ์ที่ดิน ร้านสหกรณ์ ต่อมาสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ขยายงานสหกรณ์จากระดับกรมขึ้นมาเป็นระดับกระทรวง เมื่อปี พ.ศ. 2495 แต่หลังจากปี พ.ศ. 2497 กระทรวงสกหรณ์ถูกยุบไปรวมกับกระทรวงการพัฒนาการแห่งชาติ 

           ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 มีการยุบกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ทำให้กรมสหกรณ์ที่ดิน กรมสหกรณ์พาณิชย์และธนกิจ และสำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติเดิม ถูกยุบมารวมเป็น "กรมส่งเสริมสหกรณ์" เพียงกรมเดียว ขึ้นกับกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา

           สำหรับกิจกรรมวันสหกรณ์แห่งชาติ ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาคุณขององค์ผู้ให้กำเนิด "สหกรณ์" กรมหมื่นพิทยาลงกรณ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับจดทะเบียนเท่านั้น แต่เป็น "พระบิดาแห่งสหกรณ์ไทย" ผู้ปูพื้นฐานและทรงเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และจัดตั้งขยายกิจการสหกรณ์


อ้างอิง https://hilight.kapook.com/view/56507

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วันเกษตรแห่งชาติ รำลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรรมไทย

2 กุมภาพันธ์ วันเกษตรแห่งชาติ รำลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรรมไทย



วันเกษตรแห่งชาติ

          2 กุมภาพันธ์ของทุกปี วันเกษตรแห่งชาติ เป็นวันรำลึกถึงความสำคัญของการเกษตรกรรม และเพื่อสนับสนุนส่งเสริมอาชีพของเกษตรกร พร้อมน้อมนำศาสตร์พระราชา สู่ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ทำกินตามคำพ่อสอน

          อาชีพเกษตรกรรม ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่มีความสำคัญของประชาชนชาวไทย ดังคำเปรียบที่ว่า เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับประเทศแล้ว ยังผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานาน ประเทศไทยจึงได้มีการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของการเกษตรกรรม และเพื่อสนับสนุนส่งเสริมอาชีพของเกษตรกร และวันนี้ กระปุกดอทคอม ได้นำประวัติความเป็นมาของวันเกษตรแห่งชาติ มาฝากกันค่ะ

วันเกษตรแห่งชาติเริ่มต้นจาก.. 

          ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ช่วงปี พ.ศ. 2453 ถึง พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ทรงสนับสนุนและเป็นผู้ริเริ่มการจัดงานการแสดงกสิกรรมและพาณิชการ ซึ่งในปัจจุบันคือ งานเกษตรแห่งชาติ

          ช่วงระหว่างที่มีการจัดงานเกษตรนั้น จะมีการแสดงมหรสพ แตรวง รวมทั้งจัดแสดงสินค้าเกษตรและเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการเพาะปลูกจากในประเทศและต่างประเทศมากมาย อาทิ การทำโรงนาสาธิตให้ประชาชนดูเป็นตัวอย่าง และการประกวดพันธุ์ข้าวและพันธุ์พืช อีกทั้งมีการแนะนำให้รู้จักระบบชลประทานซึ่งทางรัฐบาลสนับสนุนลงทุนจัดงานให้ทั้งหมด  

สานต่อจากรัชกาลที่ 5 สู่รัชกาลที่ 6 

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  ได้สานต่อโครงการดังกล่าวนี้ โดยมีการแสดงงานการพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์เพิ่มเติมเข้ามา แต่ในช่วงนั้นบ้านเมืองประสบปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ทางรัฐบาลมีนโยบายลดค่าใช้จ่ายลง การส่งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ก็มีจำนวนลดลงด้วย เป็นเหตุให้ต้องหยุดการจัดงานวันเกษตรไป แม้ว่าการจัดงานดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงก็ตามที โดยยุคแรก ๆ ของการจัดงานนี้ จะใช้ชื่องานว่า "งานวันเกษตร" 

          หลายปีต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดงานลักษณะนี้ จึงมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติขึ้นตั้งแต่วันที่ 3-4 มกราคม พ.ศ. 2491 โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ ซึ่งส่วนราชการทั้งสองได้ร่วมกันจัดติดต่อกันเรื่อยมาเป็นประจำทุกปี ณ บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 

วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ


          แต่เดิมถือหลักการของการจัดงานนิทรรศการครั้งแรก คือการจัดแสดงต่าง ๆ จะเป็นทางหนึ่งที่ชักนำปลุกใจให้ประชาชนประกอบการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และค้าขายให้เจริญทันสมัย รวมถึงให้เกษตรทุกภาคได้รับความก้าวหน้าอย่างทั่วทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นให้เกษตรกรที่ทำงานหนักมาทั้งปีได้มีโอกาสพักผ่อนหย่อนใจและหาความสำราญในการเที่ยวงาน จึงมีมติเห็นชอบให้จัดงานวันเกษตรแห่งชาติขึ้นนั่นเอง

งานเกษตรแฟร์

          ด้วยเหตุนี้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงกำหนดให้เป็นวันเกษตรแห่งชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่างเรียกชื่องานนี้ว่า "งานเกษตรแฟร์" โดยปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนรูปแบบงานไปจากเดิมมาก เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารของมหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์เพิ่มขึ้น การจัดงานจึงไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างเต็มที่นัก 

          กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจัดตลาดนัด และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนผู้ที่มาเที่ยวงานส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษาและข้าราชการในมหาวิทยาลัย และบุคคลภายนอกที่มาเดินเที่ยวชมงาน ส่วนเกษตรกรจะมีแต่ที่เป็นแม่ค้าหรือพ่อค้าขนสินค้ามาเพื่อขายเท่านั้น 

งานเกษตรแฟร์

          อย่างไรก็ตาม งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2560 หรือ "งานเกษตรแฟร์" จัดขึ้นตั้งแต่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยปีนี้เน้นนโยบายสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 น้อมนำศาสตร์พระราชา สู่ศาสตร์แห่งแผ่นดิน พร้อมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ทำกินตามคำพ่อสอน" พร้อมชมผลงานนวัตกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย


ภาพและข้อมูลจาก สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหงKUOnline prkuเฟซบุ๊ก ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ (พ่อสร้าง ลูกสาน) โพธาราม


อ้างอิง  https://hilight.kapook.com/view/148627

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

17 มกราคม วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

17 มกราคม วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช





วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
         วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกับวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย

            หลายคนคงเคยอ่านหนังสือหรือเคยเรียนวิชาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยกันมาบ้างแล้ว และก็คงทราบกันดีว่าเมืองไทยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถที่ได้ทรงริเริ่มประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมา นั่นก็คือ พ่อขุนรามคำแหง แล้วทราบไหมคะว่า ประเทศไทยได้กำหนดวันพ่อขุนรามคำแหงขึ้นด้วย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มกราคมของทุกปี เพื่อจัดกิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่มีต่อประชาชนชาวไทย วันนี้ เราจะมาดูประวัติความเป็นมาของวันพ่อขุนรามคำแหงกันค่ะ
พ่อขุนรามคำแหง

พระราชประวัติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 

            พ่อขุนรามคำแหงทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย หรืออีกพระนามที่ไม่ค่อยมีใครทราบ คือ พ่อขุนรามราช ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 19 พรรษา ได้เสด็จเข้าร่วมกองทัพกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ผู้เป็นบิดา ไปป้องกันเมืองตากและได้สู้รบกับขุนสามชน จนได้รับชัยชนะ ด้วยความกล้าหาญในครั้งนั้นทำให้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์พระราชทานนามให้ว่า รามคำแหง ที่มีความหมายว่า รามผู้กล้าหาญเข้มแข็งในการรบ ภายหลังเมื่อประมาณ พ.ศ. 1822 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็ได้ขึ้นครองกรุงสุโขทัยสืบต่อมา

            ในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ถือว่าเป็นช่วงสมัยที่สุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคม ที่สามารถค้าขายติดต่อกับบ้านเมืองต่าง ๆ ได้โดยรอบ และยังยอมเป็นเมืองผ่านทางการค้า โดยอนุญาตให้พ่อค้าเอาสินค้าไปค้าขายได้โดยไม่เก็บภาษี ทำให้มีคนมาค้าขายที่สุโขทัยเพิ่มขึ้น

            นอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงรวบรวมแคว้นต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนเป็นราชอาณาจักรไทยที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าทุกยุคสมัยที่ผ่านมา พระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติของพระองค์ท่านล้วนแต่เป็นการวางรากฐานแห่งความเจริญไว้ให้แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทยทุกคนสืบทอดต่อกันมาจวบจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 700 ปี

พ่อขุนรามคำแหง

            นอกจากพระราชกรณียกิจดูแลปกป้องบ้านเมือง การค้า และการรวบรวมแคว้นต่าง ๆ แล้ว พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาสามารถทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1826 ซึ่งถือว่าเป็นต้นกำเนิดของมรดกอันล้ำค่าที่คนไทยทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ และความสละสลวย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในหลาย ๆ ด้าน ดังเช่นที่ได้กล่าวถึง ปวงชนชาวไทยทุกคนจึงได้พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านเป็นมหาราช พระองค์แรกของชาติไทย

            ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านไว้เพื่อสักการะ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดสุโขทัย โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประกอบพิธีอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จากศาลพระแม่ย่าไปสถิต ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ แล้วทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528
 
            ถัดมาประมาณสามปีคือ ปี พ.ศ. 2531 สำนักงานสภาจังหวัดสุโขทัย ได้มีหนังสือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้มีการกำหนดวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชขึ้น โดยถือเอาวันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงประกอบพระราชพิธีและทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เป็น วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช


            ต่อมาได้มีการพิจารณาทบทวนเรื่องการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และความถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทางคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้เสนอความคิดเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2376 จึงได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี ลงมติอนุมัติการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ โดยให้วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 เป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกนั่นเอง

พ่อขุนรามคำแหง
ภาพจาก Wasu Watcharadachaphong / Shutterstock, Inc.

กิจกรรมวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

            ในวันที่ 17 มกราคมของทุกปี หลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราชขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อาทิ

มหาวิทยาลัยรามคำแหง 
            สำหรับมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ได้อัญเชิญพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มาตั้งเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ทางมหาวิทยาลัยจะมีการจัดให้มีพิธีบวงสรวง และพิธีสักการะพระบรมรูปของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งประดิษฐาน ณ บริเวณ ลานพ่อขุน ซึ่งถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยนั่นเอง

จังหวัดสุโขทัย 


            ที่จังหวัดสุโขทัยจะมีการจัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นประจำทุกปี โดยในงานจะประกอบไปด้วย พิธีบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช, ขบวนแห่สักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช, การแสดงศิลปะพื้นบ้าน, พิธีสวดสรภัญญะ ฯลฯ ทั้งนี้งานจะจัดขึ้นที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม โดยจะมีโชว์การแสดงช้างศึกและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอีกด้วย

            ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระราชบิดาแห่งอักษรไทย ผู้ทรงสร้างเอกลักษณ์ให้คนไทยได้มีตัวอักษรใช้มาจนจวบทุกวันนี้

อ้างอิง  https://hilight.kapook.com/view/96330

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

คำขวัญวันเด็ก 2560 ประวัติวันเด็กแห่งชาติ


คำขวัญวันเด็ก 2560 ประวัติวันเด็กแห่งชาติ


วันเด็กแห่งชาติ
     
         คําขวัญวันเด็ก 2560 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติหวังจะพัฒนาเด็ก ๆ ให้เป็นกำลังสำคัญของชาติ 

         เมื่อผ่านพ้นเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่ ก็ถึงคิวของวันมหัศจรรย์ของเด็ก ๆ นั่นคือ "วันเด็กแห่งชาติ" ที่ถูกกำหนดให้ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี และวันเด็ก 2560 ตรงกับวันเสาร์ ที่ 14 มกราคม และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เผย คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ดังนี้ "เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง"
            สำหรับประวัติวันเด็กแห่งชาติ คำขวัญวันเด็ก ปีต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างไร วันนี้เรามีเรื่องราวและข้อมูลมาฝาก 

ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

         วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
         ทั้งนี้ การขานรับกับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ

         สำหรับประเทศไทย ได้ตอบรับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

วันเด็ก

         อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้

         ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
วัตถุประสงค์การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

         สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ คือ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนและอยู่ในระเบียบวินัยอันดี และเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก

         นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า ทุก ๆ ปี ในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงโปรดประทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็ก แสดงให้เห็นว่าเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดของชาติ เราจึงได้ยินคำพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า "เด็กคืออนาคตของชาติ เด็กฉลาด ชาติเจริญ"
กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ
         กิจกรรมต่าง ๆ ที่ปฏิบัติในวันเด็กแห่งชาติ  ล้วนมีจุดประสงค์ไปในทางเดียวกัน คือ เพื่อให้เด็กได้ตระหนักถึงคุณค่าบทบาท และความสำคัญของตนเอง โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกถิ่นจะมีขนมมากมาย มีคำเชื้อเชิญเพราะ ๆ มีคำอวยพรให้เด็กๆ เป็นวันที่เด็ก ๆ มีสิทธิพิเศษ ถนนทุกสาย เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ หรือร่วมกันทำกิจกรรม ในแต่ละชุมชนเพื่อเด็กๆ จัดบรรยากาศเพื่อเด็ก ๆ เพลงเด็ก ๆ ของขวัญเพื่อเด็ก ๆ ฯลฯ

วันเด็ก
คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ
          คำขวัญวันเด็ก เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ จากนายกรัฐมนตรีในปีต่าง ๆ
วันเด็ก

          ในปี พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เห็นคุณค่าความสำคัญ ของเด็กจึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคิด สำหรับเด็ก นายกรัฐมนตรี ในสมัยต่อ ๆ มา จึงได้ถือปฎิบัติสืบต่อมาดังต่อไปนี้

          คำขวัญวันเด็ก 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม - จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า

          คำขวัญวันเด็ก 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด

          คำขวัญวันเด็ก 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย

          คำขวัญวันเด็ก 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
 
          คำขวัญวันเด็ก 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
 
          คำขวัญวันเด็ก 2507 - งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
  
          คำขวัญวันเด็ก 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
 
          คำขวัญวันเด็ก 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี

          คำขวัญวันเด็ก 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย

          คำขวัญวันเด็ก 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง

          คำขวัญวันเด็ก 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ

          คำขวัญวันเด็ก 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
 
          คำขวัญวันเด็ก 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ

          คำขวัญวันเด็ก 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
 
          คำขวัญวันเด็ก 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

          คำขวัญวันเด็ก 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - สามัคคีคือพลัง

          คำขวัญวันเด็ก 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
 
          คำขวัญวันเด็ก 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช - เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้

          คำขวัญวันเด็ก 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
 
          คำขวัญวันเด็ก 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
 
          คำขวัญวันเด็ก 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
 
          คำขวัญวันเด็ก 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

          คำขวัญวันเด็ก 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
 
          คำขวัญวันเด็ก 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา

          คำขวัญวันเด็ก 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา

          คำขวัญวันเด็ก 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน - สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม

          คำขวัญวันเด็ก 2536 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2537 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2538 - นายชวน หลีกภัย - สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
 
          คำขวัญวันเด็ก 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา - มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด

          คำขวัญวันเด็ก 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ - รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด

          คำขวัญวันเด็ก 2541 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
 
          คำขวัญวันเด็ก 2542 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

          คำขวัญวันเด็ก 2543 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

          คำขวัญวันเด็ก 2544 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

          คำขวัญวันเด็ก 2545 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส

          คำขวัญวันเด็ก 2546 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี

          คำขวัญวันเด็ก 2547 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดี ๆ อนาคตดีแน่นอน

          คำขวัญวันเด็ก 2548 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  - เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด

          คำขวัญวันเด็ก 2549 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  - อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

          คำขวัญวันเด็ก 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข

          คำขวัญวันเด็ก 2551 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2552 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี

          คำขวัญวันเด็ก 2553 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม

          คำขวัญวันเด็ก 2554 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ

          คำขวัญวันเด็ก 2555 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
          คำขวัญวันเด็ก 2556 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน
          คำขวัญวันเด็ก 2557 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง
          คำขวัญวันเด็ก 2558 - พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา - ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต

          คำขวัญวันเด็ก 2559 - พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา - เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต

          คำขวัญวันเด็ก 2560 - พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา - เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง

          ขอให้เด็ก ๆ ท่องเสียงดัง ๆ และจำให้แม่น ๆ นะจ๊ะ ^0^   



อ้างอิง  https://hilight.kapook.com/view/17298

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันกีฬาแห่งชาติ

วันกีฬาแห่งชาติ 16 ธันวาคม




วันกีฬาแห่งชาติ
วันกีฬาแห่งชาติ

วันกีฬาแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา ทรงเรือใบประเภทโอเค ในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

          วันกีฬาแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงชนะเลิศเหรียญทองการแข่งขันเรือใบ ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4

          รัฐบาลได้ทำการส่งเสริมทางด้านกีฬาไทยด้วยดีเสมอมา เพราะตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการเล่นกีฬา นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง การกีฬายังเป็นเครื่องช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยปรับปรุงในด้านความคิดและอุปนิสัยให้ประชาชนในชาติ เป็นผู้มีความเสียสละ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีความสามัคคีต่อกัน จึงเป็นที่มาของ "วันกีฬาแห่งชาติ"

ความเป็นมาของ วันกีฬาแห่งชาติ

          เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ และทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองในการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ซึ่งถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางการกีฬาของประเทศไทย 

          นอกเหนือจากกีฬาเรือใบแล้ว แบดมินตันก็เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดปรานมากเช่นกัน ในหอประชุมวังจิตรลดาฯ ได้ปรับแต่งเป็นสนามแบดมินตันมาตรฐาน ส่วนมากพระองค์จะทรงแบดมินตันในตอนเย็นและวันศุกร์ และเช้าวันอาทิตย์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทางการกีฬานี้ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกว่า พระองค์ทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง และทรงสนับสนุนกีฬาจนเป็นที่ปรากฏชัด

          ดังนั้นในการประชุมใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 29 ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีนายฮวน อันโตนีโอ ซามาร้านซ์ ประธานคณะโอลิมปิกสากล เป็นประธานการประชุมพร้อมทั้งสมาชิกเข้าร่วมประชุมอีก 87 ประเทศ ได้มีมติเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิกสากล คือ "อิสรยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด" (ทอง) แด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก ที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโอลิมปิกชั้นสูง สมควรที่นักกีฬาและประชาชนชาวไทยจะเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท อันจะเป็นโอกาสให้สามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติและวงศ์ตระกูล

วันกีฬาแห่งชาติ
เหรียญรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอเค กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4


          เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นนักกีฬาตัวแทนของชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทย เห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้มีมตินำเสนอคณะรัฐมนตรีลงความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2529 กำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันกีฬาแห่งชาติ"


กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันกีฬาแห่งชาติ

          1. จัดการให้มีกิจกรรมเทิดพระเกียรติตามหน่วยงานสถานที่ราชการ โรงเรียน และชุมชนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

          2. จัดให้มีการส่งเสริมการกีฬาไทย รวมทั้งนักกีฬา โค้ชผู้ฝึกสอน เพื่อให้กีฬาของไทยเจริญก้าวหน้า



ภาพประกอบจาก คลังปัญญาไทย 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมชลประทาน


อ้างอิง  https://hilight.kapook.com/view/44569

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันพ่อแห่งชาติ

วันพ่อแห่งชาติ ประวัติวันพ่อแห่งชาติ




ภาพจาก Boonsom / Shutterstock.com  

 ภาพจาก  LightMemoryStockPhoto / Shutterstock.com 

          วันพ่อแห่งชาติ มาอ่านประวัติความเป็นมาของวันพ่อแห่งชาติในประเทศไทยและทั่วโลกกัน

          เราทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันที่ 5 ธันวาคม นั้นเป็น  "วันพ่อแห่งชาติ" โดยทางราชการได้กำหนดให้วันพ่อแห่งชาติ เป็นวันหยุดราชการหนึ่งวัน
 แต่รู้กันหรือไม่ว่า "วันพ่อแห่งชาติ" ของแต่ละประเทศตรงกับวันไหน และ วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศไทยมีที่มาอย่างไร กระปุกดอทคอม จะพาไปรู้จักเรื่องราวของ "วันพ่อแห่งชาติ" กันค่ะ

ประวัติ วันพ่อแห่งชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ ในทั่วโลก
          วันพ่อแห่งชาติ ถือเป็นวันสำคัญที่ฉลองถึงความเป็นพ่อ และบุคคลที่นับถือเยี่ยงพ่อ โดย จอห์น บี. ดอดด์ ชาวอเมริกัน เป็นผู้ที่ริเริ่มแนวคิด วันพ่อแห่งชาติ โดยงาน วันพ่อแห่งชาติ ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2461 ในโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองแฟร์มอนต์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

          ก่อนที่แนวคิดวันพ่อแห่งชาติ ของจอห์น บี. ดอดด์ จะถูกเผยแพร่ไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยวันพ่อแห่งชาติของแต่ละประเทศจะกำหนดวัน และจัดงานแตกต่างกันไป เช่น

          วันที่ 19 มีนาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศสเปน โปรตุเกส อิตาลี

          วันที่ 8 พฤษภาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศเกาหลีใต้

          วันที่ 5 มิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศเดนมาร์ก

          วันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศญี่ปุ่น อาร์เจนตินา ไอร์แลนด์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร

          วันที่ 23 มิถุนายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศโปแลนด์

          วันอาทิตย์ที่สองของเดือนสิงหาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศบราซิล

          วันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

          วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์

          วันที่ 5 ธันวาคม เป็น วันพ่อแห่งชาติ ของประเทศไทย

ภาพจาก Coffee Lover / Shutterstock.com 

วันพ่อแห่งชาติ ในประเทศไทย
        สำหรับวันพ่อแห่งชาติของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 และยังได้มีการกำหนดให้ดอกพุทธรักษา เป็นสัญลักษณ์ วันพ่อแห่งชาติ

          ทั้งนี้ นอกจากวันที่ 5 ธันวาคม จะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเป็น "วันพ่อแห่งชาติ" แล้ว ยังถือว่าวันนี้เป็น "วันชาติของไทย" อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยมีการกำหนดวันชาติให้เป็นวันที่ 24 มิถุนายน เพราะเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ 

          ซึ่ง "วันชาติ" ของไทยนั้นอยู่มานานถึง 21 ปี จนวันที่ 21 พฤษภาคม 2503 ในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยเหตุที่เปลี่ยนเพราะมีข้อไม่เหมาะสมหลายประการ คณะกรรมการจึงมีความเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน 

          จึงควรถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ 24 มิถุนายนเสีย ดังนั้นนับแต่ปี 2503 ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันชาติ" ของไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   

 
 
ภาพจาก ARZTSAMUI / Shutterstock.com 

ที่มาของ วันพ่อแห่งชาติ ในประเทศไทย

          วันพ่อแห่งชาติ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2523 โดยคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาเป็นผู้ริเริ่มจัดงานวันพ่อแห่งชาติ เนื่องจาก "พ่อ" คือผู้ที่ควรได้รับการเทิดทูน และยกย่อง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา และทรงทะนุบำรุงพระราชโอรส และพระราชธิดาด้วยความรัก ทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์ และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท

           นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พสกนิกรถ้วนหน้า จึงถือเป็น "พ่อแห่งชาติ" ของพสกนิกรชาวไทยทุกคน ที่อาณาประชาราษฎร์เทิดทูนด้วยความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยึดมั่นในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท 
วัตถุประสงค์ของการจัดงาน วันพ่อแห่งชาติ
         วัตถุประสงค์ของการจัดงาน วันพ่อแห่งชาติ คือ 
         1. เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         2. เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

         3. เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

         4. เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน

         5. เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับพ่อ และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้เป็นอย่างดี สมควรแก่การยกย่องของสังคม

         6. เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไป

ภาพจาก Boonsom / Shutterstock.com 
กิจกรรม 5 ธันวาคม วันพ่อแห่งชาติ
          กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันพ่อแห่งชาติ ได้แก่ การประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน, การจัดพิธีศาสนสงฆ์ ทำบุญใส่บาตร เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล, การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และที่ขาดไม่ได้สำหรับกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ คือการมอบรางวัลพ่อตัวอย่างหรือพ่อดีเด่น เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม อีกทั้งยังเพื่อให้ผู้เป็นพ่อได้สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน 

          และในวันพ่อแห่งชาติที่จะมาถึงนี้ ลูก ๆ ทั้งหลายก็อย่าลืมแสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อพ่อ แม้ว่าจริง ๆ แล้วการแสดงความรักและความกตัญญูต่อพ่อสามารถแสดงได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่วันพ่อแห่งชาติ เพียงวันเดียว 


อ้างอิง  https://hilight.kapook.com/view/18055

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพลงพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชปรีชาญาณในเรื่องของดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น 48 เพลง เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และคำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง มี 5 เพลง คือ "Echo", "Still on My Mind", "Old-Fashioned Melody", "No Moon" และ "Dream Island" นอกจากนี้ มีเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นภายหลังใส่ในคำร้องที่มีผู้ประพันธ์ไว้แล้ว คือ ความฝันอันสูงสุด เราสู้ และ รัก
ผู้ที่โปรดเกล้าฯ ให้แต่งคำร้องประกอบเพลงพระราชนิพนธ์มีหลายท่าน ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยาศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นครท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยานายจำนงราชกิจ (จรัล บุณยรัตพันธุ์)ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ม.ล.ประพันธ์สนิทวงศ์ และท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เป็นต้น
ในยุคแรก หลังจากที่เพลงพระราชนิพนธ์มีทำนองและคำร้องสมบูรณ์แล้ว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการหรือวงกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แพร่หลายทั่วไป และโดยพระองค์ท่านเองทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรี วง อ.ส. วันศุกร์ ออกอากาศ ปรากฏว่าหลายเพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยมทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ในระยะหลังพระองค์มีพระราชกรณียกิจมากมาย ทำให้พระองค์ทรงไม่มีเวลาที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ๆออกมา เพลงสุดท้ายที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาคือเพลง "เมนูไข่" เป็นเพลงแนวสนุกสนาน เนื้อร้องโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษาแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2538

เพลงพระราชนิพนธ์

  1. แสงเทียน (Candlelight Blues)
  2. ยามเย็น (Love at Sundown)
  3. สายฝน (Falling Rain)
  4. ใกล้รุ่ง (Near Dawn)
  5. ชะตาชีวิต (H.M. Blues)
  6. ดวงใจกับความรัก (Never Mind the Hungry Men's Blues)
  7. มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March)
  8. อาทิตย์อับแสง (Blue Day)
  9. เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You)
  10. คำหวาน (Sweet Words)
  11. มหาจุฬาลงกรณ์ (Maha Chulalongkorn)
  12. แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart)
  13. พรปีใหม่
  14. รักคืนเรือน (Love Over Again)
  15. ยามค่ำ (Twilight)
  16. ยิ้มสู้ (Smiles)
  17. มาร์ชธงไชยเฉลิมพล (The Colours March)
  18. เมื่อโสมส่อง (I Never Dream)
  19. ลมหนาว (Love in Spring)
  20. ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag)
  21. Oh I say
  22. Can't You Ever See
  23. Lay Kram Goes Dixie
  24. ค่ำแล้ว (Lullaby)
  25. สายลม (I Think of You)
  26. ไกลกังวล (When), เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย
  27. แสงเดือน (Magic Beams)
  28. ฝัน (Somewhere Somehow), เพลินภูพิงค์
  29. มาร์ชราชนาวิกโยธิน (Royal Marines March)
  30. ภิรมย์รัก (A Love Story)
  31. Nature Waltz
  32. The Hunter
  33. Kinari Waltz
  34. แผ่นดินของเรา (Alexandra)
  35. พระมหามงคล
  36. ยูงทอง (ธรรมศาสตร์)
  37. ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind)
  38. เตือนใจ (Old-Fashioned Melody)
  39. ไร้เดือน (No Moon), ไร้จันทร์
  40. เกาะในฝัน (Dream Island)
  41. แว่ว (Echo)
  42. เกษตรศาสตร์
  43. ความฝันอันสูงสุด (The Impossible Dream)
  44. เราสู้
  45. เรา-เหล่าราบ ๒๑ (We-Infantry Regiment 21)
  46. Blues for Uthit
  47. รัก
  48. เมนูไข่

มีเดีย[แก้]

  • แสงเทียน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Candlelight Blues
    MENU
    0:00
    คำร้อง : รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล
    ยามเย็น
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Love at Sundown
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
    สายฝน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Falling Rain
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
    ใกล้รุ่ง
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
    Near Dawn
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
    ชะตาชีวิต
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
    H.M. Blues
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ดวงใจกับความรัก
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Never Mind The Hungry Men's Blues
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    มาร์ชราชวัลลภ
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พันตรี ศรีโพธิ์ ทศนุต
    อาทิตย์อับแสง
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Blue Day
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    เทวาพาคู่ขวัญ
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Dream of Love Dream of You
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    คำหวาน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Sweet Words
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    มหาจุฬาลงกรณ์
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และ สุภร ผลชีวิน
    มหาจุฬาลงกรณ์
    MENU
    0:00
    ขับร้อง : เพ็ญศรี พุ่มชูศรี
    แก้วตาขวัญใจ
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Lovelight in My Heart
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    พรปีใหม่
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    รักคืนเรือน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Love Over Again
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ยามค่ำ
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Twilight
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ยิ้มสู้
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Smiles
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    มาร์ชธงไชยเฉลิมพล
    MENU
    0:00
    (Instrumental)
    เมื่อโสมส่อง
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
    I Never Dream
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ลมหนาว
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
    Love in Spring
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ศุกร์สัญลักษณ์
    noicon
    คำร้อง : หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
    Friday Night Rag
    MENU
    0:00
    คำร้อง : หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
    Oh I Say
    MENU
    0:00
    คำร้อง : หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
    Can't You Ever See
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Can't You Ever See
    noicon
    (Instrumental)
    Lay Kram Goes Dixie
    MENU
    0:00
    (Instrumental)
    ค่ำแล้ว
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา
    Lullaby
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ / ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
    สายลม
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    I Think of You
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ไกลกังวล
    noicon
    คำร้อง : นายวิชัย โกกิลกนิษฐ
    When
    noicon
    คำร้อง : Rual Maglapus
    เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
    แสงเดือน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Magic Beams
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    ฝัน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : นายศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ
    Somewhere Somehow
    noicon
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    เพลินภูพิงค์
    noicon
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
    มาร์ชราชนาวิกโยธิน
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พลเรือโทจตุรงค์ พันธุ์คงชื่น และ พลเรือโทสุมิตร ชื่นมนุษย์
    ภิรมย์รัก
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พลเรือตรี ปรีชา ดิษยนันทน์
    A Love Story
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    Nature Waltz
    MENU
    0:00
    (from Kinari Suite)
    The Hunter
    MENU
    0:00
    (from Kinari Suite)
    Kinari Waltz
    MENU
    0:00
    (from Kinari Suite)
    Alexandra
    noicon
    คำร้อง : หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
    แผ่นดินของเรา
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
    พระมหามงคล
    MENU
    0:00
    (Instrumental)
    ยูงทอง
    noicon
    คำร้อง : นายจำนงราชกิจ (จรัล บุณยรัตพันธุ์)
    ในดวงใจนิรันดร์
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
    Still on My Mind
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    เตือนใจ
    noicon
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์
    Old-Fashioned Melody
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    ไร้เดือน
    noicon
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์
    ไร้จันทร์
    noicon
    คำร้อง : นายอาจินต์ ปัญจพรรค์
    No Moon
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    เกาะในฝัน
    noicon
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์
    Dream Island
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    แว่ว
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
    Echo
    MENU
    0:00
    คำร้อง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    Echo
    noicon
    (Instrumental)
    เกษตรศาสตร์
    noicon
    คำร้อง : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร
    ความฝันอันสูงสุด
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
    เราสู้
    MENU
    0:00
    คำร้อง : นายสมภพ จันทรประภา
    เรา-เหล่าราบ 21
    MENU
    0:00
    คำร้อง : ร้อยตำรวจโทวัลลภ จันทร์แสงศรี
    Blues for Uthit
    MENU
    0:00
    (Instrumental)
    รัก
    MENU
    0:00
    คำร้อง : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    เมนูไข่
    MENU
    0:00
    (excerpt)
    เมนูไข่ (บรรเลง)
    MENU
    0:00
    คำร้อง : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



    อ้างอิง  https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A